knowledge_head.gif (17866 bytes)
Home of ThaiHVAC
Knowledge Center
Directory
News & Events
ThaiHVAC Webboard

visit our sponsor
Click here to visit our sponsor

Home > Knowledge Center > ทำอย่างไรเมื่อแอร์ไม่เย็น

ทำอย่างไรเมื่อแอร์ไม่เย็น
จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์
วิศวกรเครื่องกลอาวุโส
บริษัท เอ็นไวรอนเมนตอล เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนส์ จำกัด
ที่มา : วารสารเทคนิค ฉบับที่ 173

 

ในช่วงฤดูร้อน ปัญหาที่มีมารบกวนใจเจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างของอาคารต่างๆมากที่สุดคือ การได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าแอร์ไม่เย็น “ฮัลโหล ฝ่ายช่างใช่ไหมค่ะ ตอนนี้แอร์ไม่เย็นเลย ห้องทำงานท่านประธานฯร้อนจะแย่อยู่แล้ว ช่วยขึ้นมาดูเดี๋ยวนี้ได้ไหม” เสียงตามสายแจ้งแอร์ไม่เย็นมักจะมีอารมณ์ไม่เย็นแฝงมาด้วย เพราะอากาศรอบๆตัวก็ไม่เย็น แถมยังโดนเจ้านายอารมณ์เสียใส่อีกต่างหาก

เมื่อได้รับแจ้งปัญหาแอร์ไม่เย็น สิ่งที่ช่างเกือบทุกคนดูเป็นสิ่งแรกคือ เทอร์โมสตัทตั้งไว้ถูกต้องหรือไม่ ถ้าตั้งไว้สูงเกินไป ก็ปรับลดลงมาก็เป็นอันหมดปัญหา แต่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่โชคดีอย่างนั้น เพราะเทอร์โมสตัทมักจะตั้งไว้ถูกต้องอยู่ที่ 23-24 องศาเซลเซียส (หรือต่ำกว่า) แต่อุณหภูมิในห้องก็ยังสูง 29-30 องศาเซลเซียสอยู่ มาถึงตอนนี้ ช่างเกือบร้อยทั้งร้อย ก็จะตั้งเทอร์โมสตัทต่ำลงไปอีก บางทีก็บิดกันจนสุด โดยมีความหวังเล็กๆน้อยๆว่ามันจะช่วยให้เย็นขึ้นบ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วมันจะไม่ช่วยอะไร เพราะถ้าเครื่องแอร์ปรกติดีอยู่ก็จะต้องทำความเย็นตามที่ตั้งไว้เดิมได้อยู่แล้ว ไม่ต้องมาตั้งกันลงไปอีก

ถ้าท่านเคยพบปัญหาลักษณะนี้ บทความนี้อาจช่วยท่านได้ ในการตรวจสอบไปทีละขั้นทีละตอน เพื่อให้รู้แน่ว่าปัญหาแอร์ไม่เย็นเกิดจากอะไรกันแน่ แล้วจะได้แก้ปัญหาได้ถูกจุด เหมือนกับเกาได้ถูกที่คัน

การแก้ปัญหาแอร์ไม่เย็น
1. ตรวจสอบอุณหภูมิลมจ่าย

2. ตรวจสอบปริมาณลมจ่าย

เมื่อพบปัญหาแอร์ไม่เย็นให้เริ่มตรวจสอบดังนี้

1. ตรวจสอบอุณหภูมิลมจ่าย

การตรวจสอบอุณหภูมิลมจ่ายทำโดยใช้เทอร์โมมิเตอร์ ถ้าจะให้ดีควรเป็นแบบดิจิตอล ซึ่งจะวัดได้แม่นยำและรวดเร็วกว่า ทำการวัดโดยวัดให้ใกล้กับหน้ากากจ่ายลมเย็นให้มากที่สุด ถ้าจะให้ดีควรยื่นเข้าไปวัดในหน้ากากจ่ายลมเลย แต่ต้องระวังไม่ให้หัววัดสัมผัสกับหน้ากาก

(1.1) ถ้าวัดได้ 10 – 15oC ถือว่าปกติ

(1.2) ถ้าวัดได้สูงกว่า 15oC ถือว่าสูงผิดปกติให้ตรวจสอบดังนี้

1.2.1 ทั่วไป

  • ตรวจสอบว่ามี Fresh Air เข้ามามากเกินไปหรือไม่
  • ตรวจสอบว่าท่อลมกลับรั่วและดูดลมร้อนเข้ามาหรือไม่
  • ตรวจสอบว่าในช่องฝ้า หรือในจั่วมีรอยรั่วให้ลมร้อนเข้ามาได้หรือไม่ ในกรณีดูดลมกลับเหนือฝ้า

1.2.2 แอร์แบบ Split Type

  • ตรวจสอบว่าน้ำยาหมดหรือไม่
  • ตรวจสอบว่าคอยล์เย็นและคอยล์ร้อนสกปรกหรือไม่
  • ตรวจสอบว่ามีสิ่งกีดขวางทางระบายลมร้อนหรือไม่
  • ตรวจสอบว่าลมร้อนถูกดูดย้อนกลับหรือไม่

1.2.3 แอร์แบบน้ำเย็น

  • ตรวจสอบอัตราไหลน้ำเย็นว่าตรงตามข้อกำหนดหรือไม่ (ปกติจะต้องการ 2.4 GPM / ตัน)
  • ตรวจสอบอุณหภูมิน้ำเข้าเครื่องว่าสูงกว่าข้อกำหนดหรือไม่ (ปกติจะมีค่า 45 oF)
  • ตรวจสอบว่าคอยล์สกปรกหรือไม่

หากตรวจสอบตามรายการด้านบนแล้วไม่พบสิ่งผิดปกติ ก็อาจเป็นไปได้ว่าเครื่องแอร์มีขนาดทำความเย็นไม่เพียงพอ หรือเครื่องแอร์มีขนาดเล็กเกินไปนั่นเอง ทั้งนี้ขอให้ตรวจสอบปริมาณลมจ่ายในข้อถัดไป และแก้ไขให้มีลมจ่ายมากขึ้น ก็อาจจะทำให้ห้องเย็นขึ้นได้หากเครื่องแอร์มีขนาดเล็กเกินไปไม่มากนัก

2 ตรวจสอบปริมาณลมจ่าย

การวัดปริมาณลมจ่ายทำโดยวัดความเร็วลมแล้วนำไปคูณกับพื้นที่ของหน้ากากจ่ายลม เครื่องวัดความเร็วลมมีหลายแบบแต่ส่วนใหญ่จะใช้เครื่องแบบใบพัด ซึ่งมีความแม่นยำและราคาไม่แพง สำหรับหน้ากากลมขนาดใหญ่ควรวัดความเร็วลมหลายๆ จุด แล้วนำค่ามาเฉลี่ยกัน สำหรับหัวจ่ายลมติดเพดานจะสะดวกกว่าถ้าทำกรวยไปครอบแล้วต่อคอลงมาถึงระดับที่วัดได้ง่าย

nonperform_aircond01.jpg (12919 bytes)

ปริมาณลม (CFM) = ความเร็วลม (FPM) x พื้นที่ (FT2)

(2.1) ตรวจสอบว่าปริมาณลมว่าน้อยกว่าที่กำหนดในแบบหรือข้อกำหนดหรือไม่ ถ้าไม่มีแบบหรือข้อกำหนดให้พิจารณาดังนี้

2.1.1 ห้องทั่วไป

ควรมีปริมาณลมจ่าย 15 ถึง 30 CFM/m2

2.1.2 ห้องติดริมกระจก

ควรมีปริมาณลมจ่าย 30 ถึง 40 CFM/m2

(2.2) เมื่อพบว่าปริมาณลมจ่ายน้อยเกินไปให้ตรวจสอบดังนี้

  • ตรวจสอบว่าแผงกรองอากาศอุดตันหรือไม่
  • ตรวจสอบว่าความเร็วรอบของพัดลมต่ำกว่าข้อกำหนดหรือไม่ หรือตรวจสอบว่าสายพานสลิปหรือไม่
  • ตรวจสอบว่าลมไปออกห้องอื่นๆ มากเกินไปหรือไม่
  • ตรวจสอบว่ามีท่อลมรั่วตามตะเข็บรอยต่อหรือไม่
  • ตรวจสอบว่าท่อลมอ่อนฉีกขาดหรือไม่
  • ตรวจสอบว่ามีลมรั่วที่รอยต่อระหว่างคอหัวจ่ายกับท่อลมหรือไม่

โดยทั่วไปแล้วปัญหาแอร์ไม่เย็นมากกว่า 90% จะเกิดจากปัญหาอุณหภูมิลมจ่ายสูงเกิน หรือปริมาณลมจ่ายน้อยเกินไป หรือเกิดจากทั้งสองอย่างพร้อมกัน ดังนั้น เมื่อทำการตรวจสอบตามรายการข้างต้นแล้ว ก็น่าจะพบสาเหตุของปัญหา และสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องต่อไป

 

<< < ต้องการคุยกันเพิ่มเติม   ขอเชิญที่ ThaiHVAC Webboard >>>


visit our sponsor
Click here to visit our sponsor

Copyright (C) 2000 ThaiHVAC.com  All rights reserved.
Last updated : 02-Nov-2002